แพ็คของ แบบมืออาชีพต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้

Last updated: 21 ก.พ. 2567  |  71 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แพ็คของ แบบมืออาชีพต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้

          สำหรับใครที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการขายของออนไลน์ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าการทำการตลาดออนไลน์ที่ดีก็คือ "การแพ็คสินค้า" เพื่อส่งถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยนั่นเอง เพราะจุดนี้เป็นสิ่งแรกที่จะทำให้ลูกค้า First Impressions กับสินค้าของเรา ซึ่งส่งผลต่อการรีวิว และยอดการขายในอนาคตได้ โดยวิธีการแพ็คของแบบมืออาชีพนั้นคุณสามารถเรียนรู้ได้เองอย่างง่ายดาย และใช้วัสดุไม่กี่อย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักประเภทของบรรจุภัณฑ์ (Wait on page) กันในวันนี้

 

การแพ็คของต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง ?

การแพ็คของนั้นอุปกรณ์เบื้องต้นที่ต้องเตรียมประกอบไปด้วย

  • สก๊อตเทปใส หรือจะเป็นสก๊อตเทปแบบขุ่นก็ได้เช่นเดียวกัน
  • กรรไกรและคัตเตอร์
  • บับเบิ้ลกันกระแทก / กระดาษหนังสือพิมพ์เหลือใช้
  • เชือกมัดกล่อง

และในส่วนของการเลือกแพ็คพัสดุนั้น คุณจะต้องเลือกให้เหมาะกับของหรือสินค้าที่คุณต้องการใส่เข้าไปด้านใน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสินค้าของคุณมีขนาดใหญ่ และไม่สามารถปรับรูปทรงได้คุณจำเป็นที่จะต้องเลือกการแพ็คกล่อง แต่ถ้าสินค้าของคุณเป็นประเภทเสื้อผ้าที่มีขนาดเล็กไม่กี่ตัว การแพ็คสินค้าด้วยซองพลาสติกจะมีความเหมาะสมมากกว่า นอกจากนี้คุณควรที่จะคำนึงถึงปัจจัยความแข็งแรงของสินค้าภายในต่อการเลือกรูปแบบวิธีแพ็คของ ให้เหมาะสมอีกด้วย

 

4 วิธีการ & เทคนิค การแพ็คของ รวดเร็ว ถึงมือลูกค้าปลอดภัย

 

  การเตรียมขนาดกล่องหรือถุงในการแพ็ค

ขั้นตอนแรกในการแพ็คสินค้า การเตรียมวัสดุบรรจุภัณฑ์ (wait on page) ในการแพ็คนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเลือกให้ดี ถ้าคุณต้องการแพ็คสินค้าในรูปแบบกล่องจะต้องมีขนาดที่พอดีกับสินค้าหรืออาจจะใหญ่กว่าสินค้าเล็กน้อยได้โดยขนาดของกล่องที่นิยมนำมาใช้ห่อพัสดุพบบ่อยมากที่สุดคือขนาด ความกว้าง 20x29x 11 หรือเป็นกล่องขนาด C นั่นเอง และขนาดของถุงที่นิยมนำมาใช้แพ็คเสื้อผ้าพบบ่อยที่สุดคือขนาด 28 x40 ดังนั้นขอแนะนำให้คุณเตรียมสิ่งเหล่านี้เอาไว้ตั้งแต่อยู่ที่บ้านให้เรียบร้อย รวมถึงการ กรอกข้อมูลผู้รับติดหน้าพัสดุเอาไว้เพราะเมื่อถึงเวลาไปส่งสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้า ก็เพียงแค่เซ็นเอกสารเพื่อส่งเท่านั้น ถือเป็นวิธีแพ็คของส่งไปรษณีย์อย่างรวดเร็วที่เราอยากแนะนำ

  วัสดุกันกระแทกเป็นสิ่งสำคัญ

เสริมความแข็งแรงของสินค้าด้วยวัสดุกันกระแทกไม่ว่าจะเป็นบับเบิ้ลกันกระแทก หนังสือพิมพ์ ซึ่งถ้าเป็นสินค้าที่มีโอกาสแตกง่ายแนะนำให้คุณห่อที่ตัวของสินค้าด้วย และให้นำไปเสริมบริเวณพื้นที่ข้างกล่องที่เหลือเพื่อล็อกสินค้าให้อยู่กับที่ ป้องกันการเสียหายระหว่างการขนส่ง แต่ถ้าสินค้าของคุณเป็นประเภทเสื้อผ้าอาจจะต้องใส่สินค้าในซองพลาสติกก่อน 1 ชั้น แล้วจึงค่อยนำไปแพ็คพัสดุลงถุงอีกรอบ เพราะเป็นวิธีการป้องกันกรณีถุงฉีกขาดระหว่างการขนส่งนั่นเอง

  แพ็คกล่องหรือถุงด้านนอกให้แน่นหนาที่สุด

ถือเป็นขั้นตอนเกือบสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของการแพ็คของส่ง โดยถ้าเป็นกล่องพัสดุขนาดใหญ่ต้องมีวิธีแพ็คของชิ้นใหญ่ที่แน่นหนามากที่สุด จึงขอแนะนำให้คุณปิดผนึกด้วยสก๊อตเทปให้ครบทุกด้าน ทั้งด้านบน และด้านล่างพันด้วยเชือกผูกพัสดุอีกหนึ่งครั้งจะช่วยเพิ่มความแน่นหนา และปลอดภัยในการขนส่งมากขึ้น แต่ถ้าการแพ็คของเป็นแบบถุงแนะนำให้คุณติดสก๊อตเทปให้แน่นหนาเช่นเดียวกัน 

  อย่าลืมที่จะเขียนป้ายกำกับพัสดุ

หลังจากที่คุณแพ็คของเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมที่จะติดป้ายหรือเขียนกำกับเอาไว้บนหน้ากล่อง และหน้าพัสดุของคุณว่า “ระวังแตก” หรือ “ห้ามโยน” เป็นต้นเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้บริษัทขนส่งระมัดระวังสินค้าภายในของคุณมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ของถึงมือลูกค้าหรือผู้รับได้อย่างปลอดภัยไม่เสียหายแน่นอน

 

การแพ็คของมีข้อดีอย่างไร? ต่อการขนส่งสินค้า

ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ (wait on page) แพ็คสินค้าที่ดีจะช่วยทำให้สินค้าพัสดุของคุณส่งถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัยที่สุด ไม่เกิดความชำรุดเสียหายอีกทั้งยังสามารถสร้างความเชื่อถือให้กับผู้ส่งได้ดีอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าถ้าผู้รับเปิดมาเจอกล่องพัสดุที่เสียหาย ภาพลักษณ์ของผู้ส่ง ก็อาจจะถูกมองไม่ดีจากผู้รับ และยิ่งถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการซื้อขายได้เลยทีเดียว และนอกจากนี้ถ้าคุณมีการแพ็คสินค้า ที่ถูกต้องเหมาะสมมีความสวยงาม จะทำให้เกิดการซื้อซ้ำส่งผลต่อยอดขายที่สูงขึ้นได้อีกด้วย

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการแพ็คของ

 

Q: จะจัดส่งพัสดุมีมูลค่าอย่างไรให้ปลอดภัย ?

A: สำหรับพัสดุที่ต้องมีการแพ็คของส่งลูกค้า แบบมีมูลค่า นอกจากคุณจะต้องใช้วิธีการแพ็คสินค้า ที่ถูกต้องแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการขนส่งคือการซื้อประกันเพื่อลดความเสี่ยง โดยประกันสินค้าจะทำหน้าที่คุ้มครองความเสียหายของพัสดุเมื่อเกิดการชำรุดหรือสูญหาย ซึ่งการซื้อประกันเพิ่มเติมคุ้มครองสูงสุดถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว

Q: จำเป็นต้องถ่ายรูปกล่องพัสดุไว้หรือไม่ ?

A: ขอแนะนำให้ถ่ายรูปกล่องพัสดุเก็บไว้จะดีที่สุด เพราะเนื่องจากจะเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าสินค้าที่ได้ทำการแพ็คของส่งลูกค้า อยู่ในสภาพดีไม่ชำรุด เป็นวิธีการที่จะช่วยกู้ภาพลักษณ์ของสินค้าในกรณีที่กล่องเกิดการชำรุดเสียหายนั่นเอง

 

สรุปแพ็คของอย่างมืออาชีพที่นี่เราช่วยคุณได้

จะเห็นได้ว่าการแพ็คของนั้นเป็นหนึ่งในความสำคัญของการขายของออนไลน์และการส่งพัสดุ โดยวิธีการและแนวทางการแพ็คสินค้าแบบมืออาชีพที่เราได้กล่าวไปทั้งหมดนี้ หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใครกำลังมองหาบริการรับบรรจุสินค้า ที่นี่เราเป็นบริษัทที่จะช่วยคุณได้ โดยมีบริการ รับบรรจุอาหารเสริม , รับพับกล่อง , รับซีลสินค้า , รับบรรจุครีม , รับสกรีนบรรจุภัณฑ์ , รับรีแพ็คสินค้า , รับบรรจุสบู่ ในราคามิตรภาพ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้