ฉลากฟิล์มหด Shrink Sleeve คืออะไร ทำไมบรรจุภัณฑ์ต้องใช้?

Last updated: 15 พ.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 ฉลากฟิล์มหด

Shrink Sleeve คือ อะไร? เทคนิคบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นแบบรอบทิศ

 

ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ทุกแบรนด์ต้องทำคือการพิมพ์โลโก้หรือฉลากลงบนตัวสินค้า ซึ่งฉลากฟิล์มหดตัวหรือ Shrink Sleeve คือรูปแบบฉลากที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในบริการรับบรรจุสินค้า โดยเป็นฉลากที่พิมพ์ลงบนพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความทนทานสูง สามารถพิมพ์ได้ทั้งโลโก้แบรนด์ ฉลากสินค้า รายละเอียดผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลโภชนาการ การใช้ Shrink Sleeve สามารถพิมพ์แนบสนิทไปบนตัวสินค้าได้แม้ว่าสินค้าจะมีลักษณ์รูปทรงโค้งเว้าแบบไหนก็ตาม

 

สารบัญบทความ


ข้อดีของฉลากฟิล์มหด

หลังจากเข้าใจว่า Shrink Sleeve คืออะไรไปแล้ว จะเห็นได้ว่าการใช้ฟิล์มหดนั้นเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อแบรนด์สินค้าในปัจจุบัน ซึ่งประโยชน์ของการใช้ Shrink Sleeve มีดังนี้

  • สามารถเข้ากับบรรจุภัณฑ์ทุกรูปร่าง : ข้อดีของ Shrink Label หรือ Shrink Sleeve คือสามารถพิมพ์ลวดลายหรือฉลากแบบหดรัดกับบรรจุภัณฑ์ในทุกรูปร่าง และพิมพ์ได้รอบด้าน 360 องศา
  • เพิ่มความแน่นหนาของห่อบรรจุภัณฑ์ : การใช้ Shrink Sleeve จะช่วยเพิ่มความแน่นหนาของห่อบรรจุภัณฑ์ ช่วยป้องกันไม่ให้บรรจุภัณฑ์ถูกเปิดก่อนถึงมือผู้บริโภค
  • ช่วยลดภาวะโลกร้อน : ฉลากแบบชริ้งฟิล์มโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ประเภทขวด สามารถนำมาแยกขยะเพื่อ Recycle ได้ ช่วยลดขยะและลดปัญหาสภาวะโลกร้อน
  • ช่วยป้องกันสีและโลโก้ฉลากเสียหาย : การใช้ Shrink Film จะใช้เทคโนโลยีในการพิมพ์สีจากด้านในฉลาก ทำให้ช่วยป้องกันรอยขูดขีดสีหรือโลโก้บนฉลาก ช่วยให้คงสภาพได้ยาวนาน
  • ประหยัดต้นทุน : การใช้ Shrink Sleeve เหมาะอย่างยิ่งกับการผลิตสินค้าในปริมาณมาก ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถผลิตสินค้าพร้อมฉลากจำนวนมากด้วยงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป


ลักษณะและคุณสมบัติของ Shrink Sleeve ที่ทำให้หลายบรรจุภัณฑ์เลือกใช้


คุณสมบัติของฉลากฟิล์มหด

  • มีความทนทานจากน้ำและไอน้ำสูง ไม่เปื่อยยุ่ย เหมาะกับสินค้าประเภทเครื่องดื่มแช่เย็น
  • สร้างสีสันและความโดดเด่น การพิมพ์ฉลากหดบนบรรจุภัณฑ์จะช่วยเพิ่มความสวยงามน่าซื้อ
  • ง่ายต่อการฉีกหรือเจาะ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ฟิล์มหดจะสามารถเจาะรอยปรุให้ง่ายต่อการฉีกหรือแกะ


ลักษณะของฉลากฟิล์มหด

  • เนื้อฟิล์มขุ่น : เป็นฟิล์มที่เมื่อโดนความร้อนจะหดตัว เนื้อฟิล์มมีผิวสัมผัสที่มีความเหนียว แข็งแรง เหมาะกับบรรจุภัณฑ์สินค้าที่มีน้ำหนักเยอะ
  • เนื้อฟิล์มเงาและใส : มีคุณสมบัติเด่นคือความใส เงางาม มองเห็นสินค้าด้านในได้ มีความทนทานปานกลาง เหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่น้ำหนักไม่มาก และต้องการโชว์สินค้า


3 ประเภทของฟิล์มหด (Shrink Film) ที่นิยมใช้ในบรรจุภัณฑ์ มีอะไรบ้าง มีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร 

สำหรับฟิล์มหดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท แต่ละประเภทมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้


1. PVC (Polyvinyl Chloride Shrink Film)

ฟิล์มหด PVC ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลีไวนิลคลอไรด์ มีความใส เหนียว และหดตัวได้ดีเมื่อโดนความร้อน แบ่งเป็น 2 แบบหลักคือแบบแข็งและแบบมันเงา ฟิล์มชนิดนี้ใช้กันแพร่หลายในงานบรรจุภัณฑ์ เช่น ฉลากพลาสติกหุ้มขวดหรือเครื่องสำอาง เป็นฉลากฟิล์มหดราคาย่อมเยา สามารถรีไซเคิลได้ 


2. POF (Polyolefin Shrink Film) 

ฟิล์มหด POF ผลิตด้วยกระบวนการ Double Bubble Blow Film มีลักษณะใส มันวาว และยืดหยุ่นสูง นิยมใช้ในงานห่อหุ้มสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะปลอดสารอันตราย ไม่มีกลิ่น สามารถใช้กับอาหารได้โดยไม่เป็นอันตราย มีความใสและทนทานกว่าฟิล์ม PVC 


3. PE (Polyethylene Shrink Film)

ฟิล์มหด PE เป็นพลาสติกชนิดเดียวกับ POF แต่มีความเหนียวและยืดหยุ่นมากกว่า เหมาะกับงานห่อสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น ขวดน้ำหรือบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ โดยฟิล์มชนิดนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  • Low-Density Polyethylene (LDPE) : นิยมใช้ในงานห่อหุ้มสินค้าขนาดใหญ่เนื่องจากมีความแข็งแรงและหดตัวดี สามารถพิมพ์ข้อความหรือภาพได้
  • Linear Low-Density Polyethylene (LLDPE) : มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงกว่าชนิด LDPE เหมาะสำหรับงานห่อสินค้าที่ต้องการการยืดขยายสูง เช่น ฟิล์มห่อพาเลทสินค้า
  • High-Density Polyethylene (HDPE) : มีความแข็งแรง ทนต่อแรงดึงและแรงฉีกขาดได้มาก เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนัก หรือการขนส่งที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ


บรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้ฉลากฟิล์มหด (Shrink Film) มีสินค้าประเภทไหนบ้าง?

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Shrink Sleeve คือฉลากแบบยืดหยุ่นที่สามารถหดรัดแนบสนิทกับบรรจุภัณฑ์เมื่อผ่านความร้อน ทำให้นิยมใช้ฉลากฟิล์มหดกับขวดน้ำดื่ม เครื่องสำอาง ขวดยา และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค โดยประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้ฉลากฟิล์มหดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่


บรรจุภัณฑ์แบบ PVC Sleeve Label

  • ความหนา : ประมาณ 30–50 ไมครอน
  • อัตราการหดตัว : 50–60%
  • การใช้งาน : นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ ขวดพลาสติก. น้ำผลไม้, ขวดแชมพู, โลชัน หรือเครื่องสำอาง


บรรจุภัณฑ์แบบ PET Sleeve Label

  • ความหนา : ประมาณ 40 ไมครอน
  • อัตราการหดตัว : 75–78%
  • การใช้งาน : เหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปทรงซับซ้อน เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดเบียร์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีคอขวดเล็ก ฐานกว้าง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความพรีเมียมและเงาสวย


บรรจุภัณฑ์แบบ Special PET Sleeve Label

  • ความหนา : ประมาณ 40 ไมครอน
  • อัตราการหดตัว : 75–78%
  • การใช้งาน : นิยมใช้กับสินค้าสินค้าที่ต้องผ่านความร้อน เช่น การฆ่าเชื้อหรือบรรจุแบบร้อน และบรรจุภัณฑ์ทรงซับซ้อน เช่น ขวดเว้าหรือมีมุม

นอกจากการใช้ฉลากฟิล์มหดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีคือบริการรับสกรีนบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นการสกรีนโลโก้หรือข้อความลงบนบรรจุภัณฑ์โดยตรง ซึ่งเหมาะกับสินค้าที่ต้องการภาพลักษณ์เรียบหรูและลดขั้นตอนการติดฉลาก


ชริ้งฟิล์ม ทางเลือกสำหรับแบรนด์ที่อยากสร้างความโดดเด่นให้บรรจุภัณฑ์

ชริ้งฟิล์ม หรือ Shrink Sleeve คือฉลากฟิล์มหดที่ใช้ความร้อนทำให้หดรัดไปตามรูปทรงของบรรจุภัณฑ์แบบรอบด้าน ช่วยเพิ่มความโดดเด่น ความปลอดภัย และความทนทานให้ตัวสินค้า อีกทั้งยังมีหลายประเภทให้เลือกใช้งานกับสินค้าแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสม

นอกจากการพิมพ์ Shink Sleeve ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับสินค้าแล้ว ก็ยังมีเทคโนโลยีสกรีนบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยProPack Asia เป็นโรงงานรับบรรจุอาหารเสริมและรับสกรีนบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 มั่นใจได้ถึงงานสกรีนที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการสกรีนฉลากเครื่องสำอาง สกรีนหลอดครีม สกรีนกระปุก สกรีนขวด และสกรีนซองฟอยล์ งานสกรีนทุกชิ้นมีความสวยงาม สีสด คมชัด ติดทนนาน ไม่หลุดลอกง่าย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้อย่างแท้จริง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้